ซ่อนกลิ่นซ่อนชู้ กลิ่นหอมคู่งานศพไทยมาแต่โบราณ…

ดอกซ่อนกลิ่น

“ซ่อนกลิ่น” หรือรู้จักกันในชื่อ “ซ่อนชู้” มีถิ่นกำเนิดอยู่ในทวีปอเมริกาใต้ เชื่อกันว่าอาจเป็นชาวจีนหรือชาวฝรั่งเศสเป็นผู้นำเข้ามาในประเทศไทยตั้งแต่สมัยอยุธยา แต่มาได้รับความนิยมอย่างแพร่หลายช่วงกรุงรัตนโกสินทร์

หลายคนอาจไม่เคยทราบว่า ในสมัยก่อนคนไทยใช้ช่อดอกซ่อนกลิ่นสำหรับบูชาสิ่งศักดิ์สิทธิ์ในโอกาสต่างๆ ตามแบบคนจีน แต่เนื่องจากดอกซ่อนกลิ่นมีกลิ่นที่หอมแรงและหอมนาน คนโบราณจึงนิยมใช้ในงานศพเพื่อกลบกลิ่นไม่พึงประสงค์ของศพ ซึ่งเมื่อมีการใช้ในงานอวมงคลเป็นประจำอย่างต่อเนื่อง ดอกซ่อนกลิ่นและกลิ่นของดอกซ่อนกลิ่นจึงกลายเป็นตัวแทนของความโศกเศร้าและการพรากจากลาบุคลอันเป็นที่รัก จนกลายเป็นธรรมเนียมความเชื่อสืบต่อกันมาว่าเป็นดอกไม้ที่ไม่เป็นมงคล ไม่ควรปลูกในบ้านหรือนำมาใช้ในงานมงคลต่างๆ เพราะอาจถูกเข้าใจผิดว่าเป็นการสาปแช่งให้ผู้รับมีอันเป็นไปในทางที่ไม่ดีกันเลยทีเดียว

ซ่อนกลิ่นซ่อนชู้ กลิ่นหอมคู่งานศพไทยมาแต่โบราณ... 1

ในปัจจุบันความเชื่อที่ว่าดอกซ่อนกลิ่นเป็นดอกไม้ไม่มงคลไม่ควรปลูกในบ้าน ได้ค่อยๆเลือนหายไปตามกาลเวลา เนื่องจากซ่อนกลิ่นนั้นมีดอกที่สวยงามและมีกลิ่นหอมคนไทยในปัจจุบันจึงนิยมนำมาปลูกตามบ้านเรือนกันแล้วค่ะ ซ่อนกลิ่นสำหรับคนไทยอาจเป็นดอกไม้งานศพ แต่ในต่างประเทศกลับเป็นดอกไม้สำหรับงานมงคล อย่างในประเทศอินเดีย มีการประดับเตียงหรือห้องนอนบ่าวสาวด้วยดอกซ่อนกลิ่น หรือในฮาวายคู่บ่าวสาวจะสวมมงกุฎดอกซ่อนกลิ่นเข้าพิธีแต่งานมาตั้งแต่อดีตถึงปัจจุบัน รวมไปถึงในในอุตสาหกรรมน้ำหอมมีการใช้ดอกซ่อนกลิ่นอันเป็นดอกไม้ที่มีกลิ่นหอมแรงและหอมนาน มาสกัดเป็นน้ำหอมหรือเครื่องสำอางมานานแล้ว กลายเป็นที่มาของกลิ่นทิวเบอโรส (Tuberose) ที่ผู้ใช้น้ำหอมหลายคนอาจไม่ทราบมาก่อนว่ามีกลิ่นของดอกซ่อนกลิ่นผสมอยู่ด้วย